แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ที่พักเขื่อนเชี่ยวหลาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ที่พักเขื่อนเชี่ยวหลาน แสดงบทความทั้งหมด

แพคีรีธารา แพกลางเขื่อนเชี่ยวหลาน แหล่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่ควรมาเยือน

มีนาคม 19, 2553
แพคีรีธารา แพที่พักกลางเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่แทบไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะแพแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของที่พักที่สะดวกสบาย และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งก็เข้ากับบรรยากาศบนผืนน้ำอันเงียบสงบของเขื่อนเชี่ยวหลานเป็นที่สุด โดยใครที่ชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนแบบชิลๆ ท่ามกลางธรรมชาติ แพคีรีธาราก็เป็นตัวเลือกที่จะตอบโจทย์ความต้องการได้ดีเลยทีเดียว

ทำความรู้จักแพคีรีธารา หรือแพคีรีวาริน
แพคีรีธารา เป็นรีสอร์ทกลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน ซึ่งก็มีการออกแบบได้เข้ากับบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติของเขื่อนที่สุด โดยตั้งอยู่บริเวณอ่าวคลองมุย อยู่ห่างจากแพภูตะวัน ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยที่แพแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเหมาะกับการพักผ่อน จึงไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะนิยมมาพักค้างแรมที่นี่ ที่สำคัญคือราคาไม่แพงเลย แต่ทั้งนี้หากซื้อเหมามาในแพ็คเกจทัวร์ ก็จะได้ราคาที่พักที่ถูกลงไปอีก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นและแพ็คเกจของบริษัททัวร์ต่างๆ ด้วย

จุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพัก
บริเวณเขื่อนเชี่ยวหลาน มีแพที่พักหลายแห่งด้วยกัน ที่พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวที่มาพักค้างแรมที่นี่ แต่ที่ได้รับความนิยมและมีการพูดถึงมากที่สุดก็คือแพคีรีธารานั่นเอง นั่นก็เพราะแพคีรีธารา มีจุดเด่นที่ทำให้ใครก็อยากมาเข้าพักดังต่อไปนี้

1. มีความสะอาด ดูใหม่อยู่เสมอ
ที่แพคีรีธารา มีการรักษาความสะอาดเป็นอย่างดี จึงทำให้แพดูสะอาด ใหม่ และมีความน่าอยู่เสมอ จึงโดนใจเหล่านักท่องเที่ยวที่แวะมาเข้าพัก เพราะใครๆ ก็ย่อมชอบที่พักที่มีความสะอาดน่าอยู่ มากกว่าที่พักขาดการดูแลอยู่แล้ว

2. โดดเด่นด้วยวิวทิวทัศน์
ต้องยอมรับในเรื่องของวิวทิวทัศน์ ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร กับวิวของภูเขาและต้นไม้เขียวขจี ซึ่งก็ให้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย เป็นธรรมชาติ ประกอบกับน้ำที่ใสสะอาดจนเห็นปลาแหวกว่ายอยู่ในน้ำด้วยแล้ว ก็ยิ่งสร้างความสุขให้กับผู้ที่มาพักอาศัยได้มากขึ้นไปอีก ดังนั้นใครที่ต้องการบ้านพักแบบแพที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามและน้ำใสสะอาด ก็จะพลาดที่แพแห่งนี้ไม่ได้เลย

3. ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก
ภายในห้องพักจะมีเตียงขนาดใหญ่ที่สามารถนอนได้ถึง 3-4 คน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น พัดลม เรนชาวเวอร์ และที่สำคัญมีถึง 2 ชั้น แต่จะมีบันไดขึ้นชั้นสองอยู่ทางด้านหลังห้อง เพื่อจะได้ไม่ต้องรบกวนคนที่นอนพักห้องชั้นล่าง โดยห้องบนชั้นสองก็มีความสะดวกสบายและน่าอยู่ไม่แพ้กัน แถมบรรยากาศดี และมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างกว้างไกล ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกนอนห้องชั้นบนหรือชั้นล่างก็ไม่ผิดหวัง

4. อาหารอร่อยมาก
จากรีวิวของผู้ที่มาเข้าพักส่วนใหญ่ ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า อาหารของที่นี่มีรสชาติอร่อยมาก โดยเฉพาะความเผ็ดจัดจ้านที่มีความกลมกล่อมและลงตัวที่สุด จึงการันตีได้เลยว่า ใครที่ได้ลองมาทานจะต้องรู้สึกติดใจ เพราะไม่เพียงแต่ความอร่อยของอาหารเท่านั้น การจัดตกแต่งพื้นที่บริเวณจุดรับประทานอาหาร ก็มีความโดดเด่นและสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับการรับประทานอาหารเช่นกัน

แพคีรีธารา มีกิจกรรมอะไรน่าสนใจบ้าง?
นอกจากความโดดเด่นและสะดวกสบายของที่พักแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือกิจกรรมของแพคีรีธารา ที่จัดขึ้นให้ผู้ที่มาเข้าพักได้ร่วมสนุกกันนั่นเอง โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจดังนี้

1. นั่งเรือชมบรรยากาศยามเช้า
ช่วงเช้าจะมีบรรยากาศดี เหมาะกับการนั่งเรือชมเขื่อนเชี่ยวหลานมากที่สุด ทั้งยังมีโอกาสที่จะได้พบเห็นสัตว์หายาก อย่างเช่น ชะนี นกเงือก ค้างแวน และลิง มากกว่าช่วงเวลาอื่น ใครที่ตั้งใจจะมาถ่ายรูปความสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติของเขื่อนเชี่ยวหลาน และชมสัตว์หายาก จะพลาดกิจกรรมนี้ไม่ได้เด็ดขาด

2. ให้อาหารปลาที่แพนางไพร
แพนางไพร เป็นวังปลาที่อยู่ไม่ไกลจากแพคีรีธารามากนัก เหมาะกับการล่องเรือไปให้อาหารปลาที่สุด โดยทางรีสอร์ทก็จะมีกิจกรรมพานักท่องเที่ยวที่มาพักค้างแรม ล่องเรือไปให้อาหารปลาที่แพนางไพร หรือหากต้องการจะแวะทานอาหารที่นี่ด้วยก็ได้เหมือนกัน และเนื่องจากอยู่ตรงข้ามกับเขาสามเกลอ จึงได้ภาพสวยๆ ไปอีกมุม

3. ล่องแพไม้ไผ่ เที่ยวถ้ำปะการัง
เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่จะพลาดไม่ได้ กับกิจกรรมการล่องแพไม้ไผ่ไปเที่ยวถ้ำปะการัง ซึ่งถ้ำแห่งนี้เคยอยู่ใต้ทะเลมาก่อน และไม่มีค้างคาวอยู่ จึงทำให้ภายในถ้ำมีอากาศที่ปลอดโปร่ง ดูน่าเที่ยว พร้อมทั้งได้สนุกไปกับการล่องแพ อย่างไม่มีเบื่อ

แพคีรีธารา แพที่พักที่นักท่องเที่ยวจะพลาดไม่ได้ ดังนั้นใครที่มาเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน และต้องการหาที่พักแบบแพ ท่ามกลางเขื่อน ก็ต้องแวะมาพักที่แพคีรีธารา แต่แนะนำว่าควรจองห้องพักตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะห้องพักอาจเต็มได้นั่นเอง และอาจได้ราคาที่พักถูกกว่า โดยสามารถจองผ่านทางเว็บไซต์ กุ้ยหลินเลคทัวร์ หรือโทรติดต่อได้เลย



 รูปภาพแพคีรีธารา

เดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ รีสอร์ท เขื่อนเชี่ยวหลาน ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ ทิวทัศน์แสนงดงาม

มีนาคม 09, 2553
เดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ รีสอร์ท ตั้งอยู่ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีวิวทิวทัศน์แสนงดงาม มีผืนน้ำจืดสีเขียวมรกต รายล้อมด้วยธรรมชาติของผืนป่าและภูเขา อีกทั้งยังได้ฉายาว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทยไม่เพียงเท่านั้น ตัวรีสอร์ทยังตั้งอยู่บนทำเลที่ดีตามหลักโหราศาสตร์ หรือหลักสุนทรียศาสตร์ และหลักฮวงจุ้ย ด้านหน้ามีวิวผืนน้ำใสกว้างไกลสุดสายตา ทางด้านหลังติดกับภูเขาหน้าผาหินปูนธรรมชาติที่สูงชันตั้งตระหง่าน เป็นมนต์เสน่ห์ที่ตรึงใจแก่ผู้พบเห็นอย่างมาก ซึ่งภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังนั้น ยังช่วยเป็นร่มเงาบังแสงแดดในช่วงบ่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาพัก ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมอย่างการพายเรือคายัค เล่นน้ำ หรือพักผ่อนได้อย่างสบายๆ โดยไม่ร้อน

มาตรฐานและความพร้อมในการให้บริการ
นโยบายหลักของทาง เดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ รีสอร์ท และต้นรักทัวร์ ก็คือการบริการที่เข้าใจและเข้าถึงใจนักท่องเที่ยว ในส่วนของที่พักทางรีสอร์ทได้จัดพนักงานสำหรับคอยบริการนักท่องเที่ยวสำหรับทุกแผนกอย่างครบสรรพ และในส่วนของกิจกรรมโปรแกรมทัวร์ ทางทีมต้นรักทัวร์ได้มีการจัดไกด์ หรือมัคคุเทศก์มืออาชีพที่ผ่านการอบรมในด้านการบริการ และผ่านการอบรมการเป็นมัคคุเทศก์โดยตรงมาคอยบริการนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง โดยเตรียมความพร้อมให้ในทุก ๆ ด้านมีความพร้อมกับการบริการอยู่ตลอดเวลา ทั้งเรื่องของยานพาหนะและอุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ ทางต้นรักทัวร์ก็ยังได้มีการจัดอบรมทบทวนให้ความรู้แก่พนักงาน ทำการประเมิน และตรวจสอบมาตรฐานของพนักงานอยู่เสมอ ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงในการให้บริการนักท่องเที่ยวทุกท่าน ทำให้ในวันนี้ได้รับรางวัลเกียรติยศ 2 รางวัล คือรางวัลบริษัททัวร์มาตรฐานกับรางวัลมาตรฐานมัคคุเทศก์ จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งสามารถเป็นเครื่องการันตรีถึงมาตรฐานการให้บริการอย่างแท้จริง

การคมนาคมสะดวก
สำหรับการเดินทางมายัง เดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ รีสอร์ท สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยนั่งเรือจากท่าเรือเทศบาลของทางเขื่อนรัชชประภา ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 20 – 30 นาที และเดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ รีสอร์ท ยังตั้งอยู่ในจุดใจกลางของอ่างเก็บน้ำ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือจากที่พักไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญภายในอ่างเก็บน้ำได้สะดวกกว่าจุดอื่นๆ จึงช่วยให้นักท่องเที่ยวประหยัดทั้งค่าใช้จ่าย และประหยัดเวลาในการเดินทาง เช่น

กุ้ยหลินน้อย (ลิตเติ้ล ฮาลองเบย์) ใช้เวลาในการเดินทางแค่ 5 นาที
จุดชมวิวกุ้ยหลิน (เขา 3 เกลอ) ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 5 – 10 นาที
ถ้ำประกายเพชร และถ้ำปะการัง ใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาที
สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
เดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ รีสอร์ท เป็นแพที่พักของเอกชน 1 ใน 12 ในเขื่อนรัชชประภา ที่ได้รับการพิจารณาอนุญาตให้สร้างเป็นแพที่พักตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งแพที่พักของ เดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ รีสอร์ทนั้นได้มีการออกแบบสร้างแพพักให้มีความสวยงาม มีความกลมกลืนไปกับธรรมชาติ แต่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครันทุกห้องพัก ไม่ว่าจะเป็น ทีวี เคเบิ้ลทีวี ตู้เย็นมินิบาร์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น ไดร์เป่าผม และทุกห้องพักยังมีพื้นที่ระเบียงกับบันไดลงเล่นน้ำที่ได้มาตรฐาน มีความเป็นส่วนตัว สะดวกสบาย เหมาะแก่การมาพักผ่อนอย่างแท้จริง

ราคาแพคเกจทัวร์: พักที่เดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ 2 วัน 1 คืน

ราคาแพคเกจทัวร์: พักที่เดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ 3 วัน 2 คืน

กิจกรรมหลากหลาย
การท่องเที่ยวในเขื่อนรัชชประภาจะมีกิจกรรมให้ทำอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเรือชมกุ้ยหลิน พายเรือคายัค ชมวิวทิวทัศน์กับธรรมชาติอันงดงามที่จุดชมวิว เดินป่า และเที่ยวชมถ้ำ เดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ รีสอร์ท ยังได้จัดเครื่องเล่น และกิจกรรมที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อตอบสนองความต้องการชองนักท่องเที่ยวที่ไว้วางใจเลือกใช้บริการที่พักให้ได้มากที่สุด เช่น โซฟาลอยน้ำ และมุมนั่งเล่น ตาข่ายลอยน้ำ

กิจกรรมล่องเรือสัมผัสธรรมชาติที่ลิตเติ้ล ฮาลองเบย์ (LittleHalongbay) เป็นบริเวณที่มีทัศนียภาพงดงาม  ซึ่งในการเข้าไปสัมผัสธรรมชาติอันแสนงดงามของที่แห่งนี้ คนขับเรือจะต้องมีความเชี่ยวชาญและมีความชำนาญอย่างมาก เพราะบริเวณดังกล่าวมีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นโขดหินกับมีรองหินเป็นช่องแคบๆ ในบางฤดู จะมีระดับน้ำลดลง ต่ำกว่าปกติ เรือใหญ่จึงไม่สามารถเข้าไปได้
กิจกรรมลอยกระทงในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นกิจกรรมที่ทาง เดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ รีสอร์ท จัดขึ้นมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ก่อนการสร้างเขื่อน รวมถึงเป็นการขอขมาเจ้าแม่คงคา และขอพรจากสิงศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งผลตอบรับจากนักท่องเที่ยว ทุกคนต่างให้การยอมรับ และเป็นที่ชื่นชอบอย่างมาก
บันทึกเชี่ยวหลาน เรื่องราวในอดีต
นอกจากนี้ ทางเดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ รีสอร์ท ยังได้มีการจัดแสดงในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม มีทั้งข้อมูลประวัติความเป็นมา ภาพถ่ายกับบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เมื่ออดีตก่อนจะสร้างเป็นเขื่อนเชี่ยวหลานในปัจจุบัน ซึ่งมาทั้งในรูปแบบของวีดีโอบันทึกเหตุการณ์กับภาพนิ่ง ที่นับว่าหาดูได้ยาก มีทั้งกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในอดีต บุคคลสำคัญ สัตว์ป่าในพื้นที่ และอาชีพความเป็นอยู่ของชาวบ้านในอดีต



 รูปภาพเดอะกรีนเนอรี่ พันวารีย์ รีสอร์ท

แพภูผาวารี เขื่อนเชี่ยวหลาน นอนฟังเสียงลม ชมทะเลหมอก บนผืนน้ำสีเขียวมรกต

มีนาคม 02, 2553
แพภูผาวารี เป็นแพที่พักของเอกชนซึ่งมีเอกลักษณ์ของห้องพักที่มีความสวยงามโดดเด่น ตั้งอยู่ในบริเวณอ่างเก็บน้ำของเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี แหล่งท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม ภายในเขื่อนมีภูเขาหินปูนสูงชันตั้งตระหง่านเรียงราย ห้อมล้อมด้วยผืนน้ำใสที่กว้างใหญ่ และมีระดับที่ลึกมาก ซึ่งสีน้ำในเขื่อนเป็นสีเขียวเข้มเหมือนกับสีของมรกต เห็นแล้วชวนให้อยากกระโจนลงไปแหวกว่ายเสียเหลือเกิน ให้รู้สึกสดชื่น สบายกายสบายใจ ในอดีตเขื่อนรัชชประภา เคยมีชื่อเสียงเรียงนามว่าเขื่อนเชี่ยวหลาน ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชนามใหม่เป็นเขื่อนรัชชประภา มีความหมายว่าแสงสว่างแห่งราชอาณาจักร เป็นเขื่อนสารพัดประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เขื่อนรัชชประภาถูกเล่ากันปากต่อปาก ถึงความงามของฟ้าใส ผืนน้ำเขียวมรกต ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์ หากใครอยากพักผ่อนเพื่อความผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงาน ชวนให้สบายอารมณ์อย่างสุด ๆ ธรรมชาติของเขื่อนรัชชประภาจะทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกอย่างกับราวอยู่บนสวรรค์ ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

ประวัติแพภูผาวารี
ในช่วงแรกของการเริ่มทำธุรกิจแพพัก ทางแพภูผาวารี แพเอกชนเจ้าแรกในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา รับเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการแค่ในช่วงเดินพฤศจิกายน จนถึงเดือนเมษายน แต่ต่อมาการท่องเที่ยวในเขื่อนรัชชประภามีการเติบโตมากขึ้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยกับชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวมากขึ้น ส่งผลให้แพพักที่อยู่ในพื้นที่ทั้งหมด ไม่สามารถที่จะรับรองนักท่องเที่ยวได้อย่างเพียงพอ ทางอุทยานแห่งชาติเขาสกจึงได้อนุญาตให้ผู้ปะกอบการทุกเจ้าสามารถที่จะขยายพื้นที่เพิ่มได้อีก 2,000  ตารางเมตร ทางผู้บริหารกับหุ้นส่วนของแพภูผาวารีเล็งเห็นว่า บริเวณที่ตั้งแพพักและพื้นที่ทั้งหมดในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา มีลักษณะผืนน้ำกว้างใหญ่สลับกับภูเขามากมาย จึงได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมแพจันทร์ฉายหรือทรีท๊อปมาเป็นชื่อใหม่แพภูผาวารี และได้มีการสร้างแพพักขึ้นมาใหม่อีก 15 ห้องเป็นรูปแบบสไตล์โมเดิร์น มีห้องน้ำในตัว

แพ็คเกจทัวร์แพภูผาวารี: 2 วัน 1 คืน
แพ็คเกจทัวร์แพภูผาวารี: 3 วัน 2 คืน
สำหรับจุดเด่นของแพพักภูผาวารีก็คือ เป็นแพที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีสัตว์ป่าชุกชุม และรายล้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้แก่ ถ้ำน้ำทะลุ จุดชมวิว น้ำตก ป่าต้นน้ำคลองแสง และที่แพภูผาวารียังเป็นจุดที่จะสามารถเห็นหมอกยามเช้าแทบจะตลอดทั้งปี รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการนักท่องเที่ยว เช่น เรือคายัก เสื้อชูชีพสำหรับใส่เล่นน้ำ เรือบริการนำเที่ยว แพภูผาวารี ตั้งอยู่ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา เลขที่ 128 ม.3 ต.เขาพัง อ.บ้าน จ.สุราษฎร์ธานี 84230 ซึ่งห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี 84 กิโลเมตร ในการเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401 จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 58 ให้เลี้ยวขวาเข้าไป 12 กิโลเมตร ซึ่งการเดินทางจากท่าเรือมายังแพภูผาวารี จะใช้เวลาในการเดินทางจากท่าเรือแค่ 1 ชั่วโมง 

การเดินทางโดยรถไฟ
ให้ลงที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี อยู่ที่อำเภอพุนพิน แล้วเดินทางต่อด้วยรถประจำทางหรือรถทัวร์ของบริษัทท่องเที่ยว ที่มีเส้นทางการเดินรถไปยังจังหวัดพังงาหรือจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะมีคิวคอยให้บริการอยู่ที่บริเวณด้านหน้าของสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี เพื่อเดินทางมายังบริเวณหน้าปากทางเข้าเขื่อนรัชชประภา โดยใช้เวลาในการเดินทางราว ๆ 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามตารางเวลาการเดินรถและจองตั๋วรถไฟได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 หรือ 02-223-7010 , 02-223-7020 และ 02-220-4334

การเดินทางจากสถานีขนส่งสุราษฎร์ธานี – เขื่อนรัชชประภา
ลงรถทัวร์ที่สถานีขนส่งสุราษฎร์ธานี จากนั้นต่อรถสองแถวไปยังตลาดเกษตร 2
ต่อมาให้ขึ้นรถตู้ สุราษฎร์ฯ – เขื่อน ค่าโดยสารอยู่ที่ 200 บาท ซึ่งรถจะออกทุก 1 ชั่วโมง ใช้เวลาในการเดินทางมายังเขื่อนรัชชประภา ประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที
การเดินทางจากจังหวัดภูเก็ต
ใช้ทางหลวงหมายเลข 402 ผ่านสะพานสารสิน
เมื่อมาถึงเขตบ้านท่านุ่น ให้เข้าสามแยกบ้านต้นแซะไปทางขวา ขับเข้าถนนบายพาสตรงไปยังจังหวัดพังงา หรือจะไม่ผ่านสามแยกต้นแซะก็ได้ โดยให้ขับเลนซ้ายตลอด ผ่านตลาดโคกกลอยไปยังจังหวัดพังงา
จากนั้นให้ตรงไปจากพังงาจนถึง อ.ทับปุด เข้าทางหลวงหมายเลข 415 ถึง อ.ทับปุด
เมื่อขับจนถึงสามแยก ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4 ตรงไปประมาณ 10 กิโลเมตร จะพบกับสามแยก
ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 415 ประมาณ 50 กิโลเมตร (เขาต่อ)
เมื่อขับมาจนถึงสามแยกที่บ้านพังกวนเหลือ ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 401
และเมื่อขับผ่าน อ.บ้านตาขุน ทางด้านซ้ายมือจะมีป้ายใหญ่ของเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)
ให้เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางเข้าเขื่อน ประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงแพภูผาวารี
การเดินทางจากจังหวัดกรุงเทพฯ
ใช้ทางหลวงเส้นหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ขับจนถึงจังหวัดชุมพร
จากนั้นให้ขับตรงไปตาม ทางหลวงหมายเลข 4 จนถึงบริเวณสนามบิน หรือใกล้ ๆ สหกรณ์สุราษฎร์ธานี อ.พุพิน ตรงสี่แยกที่สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้
ไม่ต้องเลี้ยวเข้าตัวจังหวัด ให้ขับตรงไปและชิดขาขึ้นสะพานเรื่อย ๆ จนถึงแยกท่าโรงช้าง (แยก กม.18)
ให้เบี่ยงรถออกทางซ้ายโดยไม่ต้องขึ้นสะพาน แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 401
ขับต่อไปประมาณ 40 กิโลเมตร ก่อนที่จะถึงตัวอำเภอบ้านตาขุน ทางด้านขวามือจะมีป้ายใหญ่ของเขื่อนรัชชประภา
ให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางเข้าเขื่อน มุ่งหน้าไปประมาณ 40 กิโลเมตร ก็จะถึงแพภูผาวารี


 รูปภาพแพภูผาวารี

แพภูตะวัน เขื่อนเชี่ยวหลาน ดื่มด่ำธรรมชาติ ความเงียบสงบ และผืนน้ำสีเขียวมรกต

กุมภาพันธ์ 23, 2553
แพภูตะวัน ตั้งอยู่ภายในเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี 84 กิโลเมตร การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 401 จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 58 ให้เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 12 กิโลเมตร ซึ่งการเดินทางจากท่าเรือมาสู่แพภูตะวัน จะใช้เวลาในการเดินทางเพียง 30 นาที แพภูตะวันนั้นมีบรรยากาศเรียบง่าย ล้อมรอบด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์ ผืนน้ำสีเขียวมรกต ที่ทำให้อดใจไม่ไหวจะต้องกระโดดลงไปเล่นน้ำจนฉ่ำอุรา แพภูตะวันเป็นแพที่พักที่มีการดีไซน์ออกมาให้ดูเก๋ไก๋ มีทั้งห้องพักแบบแคปซูลกับห้องพักเรือนกระจก ที่หันหน้าสู่ผืนน้ำสีเขียวมรกต ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์งดงามของเขื่อนรัชชประภาได้จากภายในห้องพัก และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบริการนักท่องเที่ยวเช่น เรือคายัก เสื้อชูชีพไว้สำหรับใส่เล่นน้ำ และเรือบริการนำเที่ยว

เขื่อนรัชชประภาเป็นเขื่อนสารพัดประโยชน์ ที่เป็นทั้งแหล่งกักเก็บน้ำการชลประทานเพื่อการเพาะปลูก ทำการประมงน้ำจืด และเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า ทิวทัศน์ภายในพื้นที่บริเวณเขื่อนรัชชประภา มีความงดงามอย่างมาก โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนที่สูงชันอยู่ในเขื่อน เป็นภูเขาที่มีรูปร่างสวยงามตามธรรมชาติ และล้อมรอบด้วยผืนน้ำสีเขียวมรกตที่กว้างใหญ่ เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนอย่างมาก

เดิมแพภูตะวันใช้ชื่อว่าแพคลองมุย แต่ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นภูตะวัน ซึ่งชื่อนี้ได้แรงบันดาลใจจาก คุณกา จันทร์จิรา วัญญา ผู้เริ่มกิจการแพที่พักแห่งนี้ร่วมกับ คุณแป๊ะ ณรงค์ฤทธิ์ ทองมุสิทธิ์ โดยทั้งสองท่านเริ่มทำธุรกิจแพแห่งนี้ ในปี 2549 ซึ่งชื่อแพภูตะวันเกิดมาจากที่ตั้งของแพที่พักห้อมล้อมด้วยภูเขาทั้ง 4 ด้าน ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่มีความงดงามมากในเขื่อนรัชชประภา และในยามเย็นพระอาทิตย์จะตกตรงบริเวณภูเขาด้านหน้าแพพอดี

ในช่วงแรกของการเริ่มกิจการ แพภูตะวันเป็นแพที่พักที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้แค่ไม่กี่สิบคน มีเพียงโรงอาหารหลังเล็ก ๆ และแพที่พักจำนวน 8 หลัง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และเมื่อแพภูตะวันเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น จึงได้สร้างแพสำหรับต้อนรับหลังใหม่เพิ่ม 1 หลัง กับแพที่พักใหม่จำนวน 32 หลัง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว (2 วัน 1 คืน, 3 วัน 2 คืน) ที่ชื่นชอบการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

จุดเด่นของแพภูตะวัน
อาหารที่ทางแพภูตะวันจัดให้กับนักท่องเที่ยว โดยส่วนมากแล้วจะเป็นปลาน้ำจืดจากเขื่อน ที่มีความสดกับรสชาติอร่อยล้ำเลิศ นำมาปรุงตามแบบฉบับรสชาติอาหารปักษ์ใต้ กลายมาเป็นอาหารรสชาติอร่อยเข้ากับบรรยากาศได้อย่างดีเยี่ยม และส่วนของแพที่พัก ด้านหน้าของที่พักแต่ละหลังมีการตกแต่งด้วยกระจกใสหันหน้าสู่ผืนน้ำกว้างใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมทิวทัศน์แสนงดงามของเขื่อนรัชชประภาจากภายในห้องพัก ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติกับชาวไทยต่างชื่นชมทั้งธรรมชาติและการบริการของแพภูตะวันที่บริการประดุจดั่งญาติมิตร จึงแวะวียนมาใช้บริการแพภูตะวันกันอย่างไม่ขาดสาย

จุดดึงดูดที่น่าสนใจของแพภูตะวัน
บัวผุดความมหัศจรรย์แห่งพืชพันธุ์ ดอกบัวผุดเป็นดอกไม้ที่มีความสวยงาม และมีขนาดดอกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร จนถึง 1 เมตรเศษ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วดอกบัวผุดจะเบ่งบานช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนพฤษภาคมของทุก ๆ ปี ซึ่งบัวผุดหรือที่คนใต้เรียกกันว่าบัวตูม จะอาศัยดูดกินแร่ธาตุกับน้ำจากย่านไก่ต้ม โดยต้นแม่ยังคงมีชีวิตอยู่ และจะพบเห็นก็ในยามที่มันต้องการผสมพันธุ์ก็คือ ที่บริเวณผิวของย่านไก่ต้มจะเริ่มมีตาดอกเป็นปุ่มกลมเล็ก ๆ โตขึ้น หลังจาก 9 เดือน จะมีขนาดเท่ากับหัวกะหล่ำยักษ์ ต่อมาอีกไม่เกิน 7 วัน ดอกไม้จะบาน แต่ทว่าดอกตัวผู้กับดอกตัวเมียจะแยกกันอยู่ จึงต้องอาศัยจังหวะในช่วงเวลาบาน ให้แมลงวันช่วยผสมเกสรให้ ซึ่งถือได้ว่าบัวผุดมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะสูญพันธุ์
ถ้ำปะการัง จะอยู่ด้านในของเขื่อน บริเวณภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยที่แตกต่างจากถ้ำอื่น ๆ มีลักษณะแตกหน่อเล็ก ๆ ที่ดูแล้วจะมีลักษณะคล้ายกันกับปะการังในทะเล ซึ่งจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน เขาว่ากันว่าถ้ำแห่งนี้เคยอยู่ใต้ทะเลมาก่อน หิกงอกหินย้อยจึงกลายเป็นเหมือนกับปะการัง ซึ่งในการเดินทางไปยังถ้ำปะการัง แค่นั่งแพไม้ไผ่ต่อไปไม่ไกลก็ถึงบริเวณหน้าถ้ำ
กุ้ยหลินเมืองไทย ภูมิประเทศโดยทั่วไป ล้อมรอบด้วยผืนน้ำกว้างใหญ่กับภูเขาหินปูนที่สูงชัน เต็มไปด้วยธรรมชาติ และความลึกของระดับน้ำประกอบกับสีของตะไคร่น้ำที่อยู่เบื้องล่าง ทำให้น้ำในเขื่อนมีลักษณะเป็นสีเข้มราวสีมรกต ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศที่มีความคล้ายกับเมืองกุ้ยหลินของประเทศจีน อีกทั้งยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากแพภูตะวัน


 รูปภาพแพภูตะวัน

แพสมายเลย์ เขื่อนเชี่ยวหลาน แพตกแต่งสไตล์ไทย ที่พักแปลกใหม่ เข้าถึงธรรมชาติ

กุมภาพันธ์ 09, 2553
แพสมายเลย์ มีความโดดเด่นอย่างมาก เพราะเป็นแพพักรูปทรงแปลกใหม่ สไตล์บ้านทรงไทย ที่สวยงามกลมกลืนไปกับธรรมชาติ แพสมายเลย์นั้นตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของคลองหวาง ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งที่ดีเยี่ยมทีเดียว เหมาะกับการมาพักผ่อนทั้งแบบเพื่อนฝูง (แบบ 3 วัน 2 คืน) ครอบครัวและส่วนตัว (แบบ 2 วัน 1 คืน) นอกจากนี้แพสมายเลย์ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินสนุกสนานกัน อาทิ ร้องคาราโอเกะ เล่นน้ำ พายเรือคายัค และนั่งเรือชมความงดงามกุ้ยหลินเมืองไทย

เขื่อนรัชชประภา เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคใต้ และยังเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ และรัชมังคลาภิเษก ในปี 2530 จุดเด่นของเขื่อนรัชชประภาที่ถือเป็นมนต์เสน่ห์ก็คือ ความสวยงามของผืนน้ำสีเขียวมรกต และความงดงามของภูเขาหินปูน

กิจกรรมที่น่าสนใจของแพสมายเลย์
Morning Safari กิจกรรมชมหมอกยามเช้า – นั่งเรือส่องสัตว์ เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับสายหมอกที่คลอเคลียภูเขาหินปูนซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงามตลอดทั้งสองข้างทาง และได้ชมที่อยู่ของสัตว์ป่า ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตกับพฤติกรรมสัตว์ที่ออกหากิน ซึ่งระหว่างเส้นทางจะได้พบกับสัตว์ป่าหลายขนิด เช่น เลียงผาที่เดินออกมาหากินตามผา ฝูงลิงกับกระรอกบนต้นไม้ นกเงือกที่หากินอยู่ตามบริเวณที่มีผลไทรป่าสุก และนกออก ซึ่งเป็นนกอินทรีขนาดใหญ่ที่จะเกาะตามอยู่ตามตอไม้กลางน้ำ
กิจกรรมตกปลา ทุก ๆ ปี จะมีการปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา ทำให้มีปลามากมายในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งจัดเป็นแหล่งประมงน้ำจืดสำคัญที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ไม่น้อย โดยกิจกรรมตกปลาจะมีการแล่นเรือจอดตรงบริเวณละแวกใกล้เคียงกับแพที่พัก เพราะแต่ละแพไม่อนุญาตให้ตกปลาในบริเวณแพที่พัก ซึ่งปลาที่ตกมาได้นั้น นักท่องเที่ยวสามารถนำมาให้ทางแพสมายเลย์ปรุงอาหารได้
สิ่งอำนวยความสะดวก
พนักงานต้อนรับ
ห้องอาหารของทางแพรีสอร์ท
จุดบริการทัวร์กับร้านค้า
มุมชากาแฟ (บริการฟรี)
เรือคานัก (ฟรี)
พัดลม (เวลาเปิดไฟ 00 – 22.00 น.)
ห้องน้ำในตัว
 รูปภาพแพสมายเลย์

แพเชี่ยวหลาน เขื่อนรัชชประภา เสน่ห์บนผืนน้ำ และธรรมชาติ ที่งดงามไม่รู้จบ

กุมภาพันธ์ 01, 2553
แพเชี่ยวหลาน ตั้งอยู่บริเวณคลองโหลง เป็นแพที่พักในบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์กับผืนน้ำจืดสีเขียวมรกต ทิวทัศน์งดงาม บรรยากาศสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงยามค่ำคืนจนถึงรุ่งเช้า จะเห็นดวงดาวสวยสว่างระยิบระยับบนท้องฟ้า สะท้อนลงบนผืนน้ำขนาดใหญ่ ทำให้เกิดภาพที่สวยงามยิ่งนัก และที่แพเชี่ยวหลานยังมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่างเช่น ที่กระโดดน้ำ เรือคายัก และคาราโอเกะ ซึ่งจัดเป็นแพที่พักที่เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการมาพักแบบ 2 วัน 1 คืน มาเป็นหมู่คณะและครอบครัว ด้วยห้องพักกว้างขวาง มีห้องน้ำในตัว และค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวมาก

สิ่งอำนวยความสะดวก
ห้องน้ำ: มีห้องน้ำในตัว
ประเภทห้องพัก: มีพัดลมติดเพดาน และมีสัญญาณ AIS
บริการพิเศษ: มีเรือคายักให้บริการฟรีสำหรับผู้เข้าพัก
รายละเอียดกิจกรรม
เขาสามเกลอ (กุ้ยหลินเมืองไทย) เอกลักษณ์ของเขื่อนรัชชประภา เป็นภูเขาหินปูน 3 ลูก ตั้งตระหง่านเด่นชัดอยู่กลางผืนน้ำสีเขียวอมฟ้า จากคำบอกเล่าของไกด์ท้องถิ่น ก่อนหน้าที่เขื่อนรัชชประภาจะถูกสร้างขึ้นมา บริเวณใต้น้ำแถบนี้ เคยเป็นวัดกับสุสานมาก่อน
วังปลา ณ แพนางไพร เป็นบริเวณที่มีปลาตะเพียนหางแดงเยอะที่สุด ซึ่งปลาตะเพียนหางแดงเป็นปลาน้ำจืดที่หากินเองตามธรรมชาติ และอยู่กันเป็นฝูงใหญ่
เดินป่าศึกษาพรรณไม้หายากและสัตว์ป่าหลายชนิด ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ป่าดิบชื้นผืนใหญ่ อุดมไปด้วยพืชพรรณมากมายหลายชนิด และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด ระยะทางเดินป่าประมาณ 1.5 กิโลเมตร หากโชคดีจะได้เจอกับนกเงือกขนาดใหญ่หายาก หน้าตาประหลาด
ทะเลใน 500 ไร่ เป็นจุดที่ไม่เชื่อมต่อกับผืนน้ำจุดอื่น ถ้าจะเข้ามาต้องเดินข้ามเขาเท่านั้น ซึ่งน้ำที่เข้ามาสู่จุดนี้จะลอดถ้ำใต้เขาเข้ามา ทำให้เกิดทะเลสาบอีกผืนที่มีชื่อว่า ทะเลใน 500 ไร่ เป็นที่ตั้งของถ้ำชื่อดังในเขื่อนรัชชประภาคือ ถ้ำปะการัง 
ถ้ำปะการัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวลักษณะแบบเดียวกับถ้ำทะลุหรือถ้ำน้ำลอด ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยแตกหน่อเล็ก ๆ คล้ายคลึงกับปะการังในทะเล ดูสวยงามแปลกตาให้ความรู้สึกราวกับอยู่โลกใต้ทะเล สภาพภายในถ้ำสมบูรณ์และสะอาด ไม่มีกลิ่นสาบของขี้ค้างคาว
บริการรถตู้รับส่ง
บริการติดต่อรถตู้สาธารณะสำหรับนักท่องเที่ยว โดยสามารถเลือกต้นทางได้จากสถานที่สำคัญ เช่น ตลาดสดเกษตร 2 , สนามบินสุราษฎร์ธานี , สถานีขนส่งสุราษฎร์ธานี และปากทางเข้าเขื่อนรัชชประภา โดยพาท่านมาส่งถึงที่บริเวณท่าเรือเทศบาลเขื่อนรัชชประภา



 รูปภาพแพเชี่ยวหลาน

แพเพลินไพร เขื่อนเชี่ยวหลาน แวะพักผ่อนชมสายหมอก เที่ยวน้ำตก ลงเล่นน้ำ

มกราคม 18, 2553
แพเพลินไพร เป็นหนึ่งในแพเอกชนเก่าแก่ ตั้งอยู่ในคลองโหลง เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้เวลาในการเดินทางจากท่าเรือมาถึงแพเพลินไพร ประมาณ 45 นาที ซึ่งแพเพลินไพรตั้งอยู่บริเวณกลางอ่าวพอดี เป็นจุดที่ทำเลเหมาะสมและสวยงามอย่างมาก (ที่พักแบบ 2 วัน 1 คืน) และ (ที่พักแบบ 3 วัน 2 คืน) บรรยากาศที่พักมีความเป็นส่วนตัวและเป็นกันเอง รอบล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม ทำให้ได้ความรู้สึกของการพักผ่อนเพื่อความผ่อนคลายอย่างแท้จริง และแพเพลินไพรยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานเพลิดเพลินหลายอย่าง เช่น เดินป่า พายเรือคายัค ว่ายน้ำ ส่องสัตว์ ดูนก ชมค้างคาวยามเย็น และคาราโอเกะ เพื่อรองรับกรุ๊ป หรือหมู่คณะใหญ่อีกด้วย

อุทยานแห่งชาติเขาสก
ป่าที่เขียวชอุ่ม สายหมอกที่ลอยโอบขุนเขา และความเย็นฉ่ำของเขื่อนรัชชประภา เป็นเสน่ห์ที่ชวนหลงใหลของอุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งเป็นป่าฝนที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ เป็นอุทยานที่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ป่าเขามีความสมบูรณ์ มีพื้นที่ 403,450 ไร่ หรือ 645.52 ตารางกิโลเมตร ครบคลุมพื้นที่อำเภอบ้านตาขุน อำเภอพนมกับอำเภอคีรีรัฐนิยม ซึ่งสภาพโดยทั่วไปก็คือ เป็นภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน มีแนวหน้าผามากมาย ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของภูเขาทางแถบนี้ มีความคล้ายคลึงกับเทือกเขาที่จังหวัดกระบี่ และนอกจากธรรมชาติอันสวยงาม อุทยานแห่งชาติเขาสก ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น เดินป่า เดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ดูนก นั่งช้างและล่องแก่ง

ไฮไลต์ของอุทยานแห่งชาติเขาสก
กิจกรรมที่นักท่องธรรมชาติ ต่างให้ความสนใจกันอย่างมาก และคาดหวังว่าจะต้องทำความฝันนี้ให้เป็นจริงให้ได้ก็คือ การเดินป่าเขาสกเพื่อตามหาพืชพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่เท่านั้น นั่นก็คือ บัวผุด หรือกระโถนฤาษี เป็นพืชมหัศจรรย์ที่จะบานแค่ครั้งเดียวในรอบหนึ่งปีเท่านั้นซึ่งจะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมกราคม มีลักษณะเป็นดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มีจุดศูนย์กลางของตัวดอกประมาณ 10 – 25 นิ้ว และมักจะขึ้นอยู่ตามพื้นดิน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวอาจจะได้พบกับหนึ่งพันธุ์ไม้หายากอย่างปาล์มหลังขาว และสัตว์แปลก ๆ หายาก เช่น ปลามังกร และกบทูด

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
น้ำตกแม่ยาย ตั้งอยู่ริมถนนสุราษฎร์ธานี – ตะกั่วป่า บริเวณกิโลเมตรที่ 113 จุดปิกนิกยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมากินอาหารชมความงามของน้ำตก มีลักษณะเป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 30 เมตร
วังยาว เป็นวังน้ำสีเขียวสดใสสำหรับเล่นน้ำ มีขนาดกว้างใหญ่มากสามารถลงเล่นน้ำพร้อมกันได้มากกว่า 500 คน มีตลิ่งเป็นลานกว้าง เหมาะแก่การแวะมาเล่นน้ำและพักผ่อนอย่างมาก
ตั้งน้ำ หนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอุทยานแห่งชาติเขาสก เป็นแม่น้ำที่มาจากสันเขา 2 สัน มีลักษณะเป็นภูเขาที่โดนน้ำกัดเซาะ จนขาดออดจากกัน กลายเป็นหน้าผาที่หันหน้าเข้าหากัน ซึ่งหลายคนมาที่นี่เพื่อมาเคารพสถานที่ลอยอังคารท่านพุทธทาส
น้ำตกบางหัวแรดและน้ำตกวิ่งหิน น้ำตกบางหัวแรดมีชื่อเสียงอย่างมากทั้งในเรื่องของความงาม และกิจกรรมสุดมันส์อย่างล่องแก่ง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลแรงมาจากคลองศก มีลักษณะเป็นน้ำตก 2 ชั้น ชั้นแรกจะไหลจากบางหัวแรดแล้วไหลลงคลองศก ซึ่งชั้นที่สองจะอยู่ในคลองศก และจากน้ำตกบางหัวแรด ไปเพียง 120 เมตรก็จะพบกับน้ำตกขนาดเล็ก มีชื่อว่าน้ำตกวิ่งหิน
น้ำตกสิบเอ็ดชั้น มีลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นกันมาตามร่องหน้าผา เป็นรูปขั้นบันได 11 ขั้น แต่ละขั้นสูงประมาณ 10 เมตร และห่างกันประมาณ 70 เมตร โดยชั้นล่างสุดของน้ำตกจะมีแอ่งน้ำ ซึ่งสามารถลงไปเล่นน้ำได้
น้ำตกโตนไทร ตั้งอยู่ในลำคลองสก เป็นน้ำตกที่ไม่สูงนัก แต่มีความสวยงามและน่าหลงใหลไม่แพ้น้ำตกที่อื่น ๆ ซึ่งในการเดินทางเข้าเยี่ยมชมน้ำตกโตนไทร เนื่องด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกล นักท่องเที่ยวจึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ
น้ำตกธารสวรรค์ เกิดจากลำห้วยบางพลูจืด ไหลลงสู่คลองสก เป็นน้ำตกที่ไหลพุ่งโค้งลงมาเป็นแนวคล้ายรุ้งกินน้ำจากยอดผาสูงชัน
น้ำตกโตนกลอย เกิดจากคลองศก มีลักษณะเป็นน้ำตกชั้นเดียวดิ่งลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร มีน้ำไหลแรงตลอดปี และมีลานหินสำหรับพักผ่อนอยู่บนชั้นน้ำตก
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เส้นทางน้ำตกสิบเอ็ดชั้น เป็นเส้นทางเดินที่ค่อนข้างชัน แต่นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินเองได้โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางให้ ซึ่งเส้นทางในการเดินจะต้องปีนภูเขาสู่น้ำตกสิบเอ็ดชั้น ระยะทางเดิน 4 กิโลเมตร
เส้นทางเดินที่ใช้เส้นทางเดียวกันกับเส้นทางน้ำตกสิบเอ็ดชั้น ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเองได้ ระยะทาง 2 กิโลเมตร เป็นเส้นทางวงกลม มีทางเดินเป็นแบบขั้นบันได
เส้นทางน้ำตกบางหัวแรด – น้ำตกโตนกลอย เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเองได้ เพราะเส้นทางการเดินไม่ลำบากนัก ซึ่งเส้นทางการเดินจากแพเพลินไพรจะเริ่มจากที่ทำการอุทยานฯ ข้ามคลองบางเลน ไปยังน้ำตกบางหัวแรด ที่อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน 3 กิโลเมตร และเส้นทางนี้นักท่องเที่ยวจะได้พบกับน้ำตกหลายเส้น เช่น น้ำตกวิ่งหิน วังยาว น้ำตกธารสวรรค์ ตั้งน้ำ และน้ำตกโตนกลอย ซึ่งตลอดเส้นทางมีความยาวทั้งสิ้น 9 กิโลเมตร
การเดินทางจากเมืองสุราษฎร์มายังแพเพลินไพร
เดินทางโดยรถบัสโดยสารปรับอากาศ สาย 444 กระบี่ – พังงา – ทุ่งมะพร้าว – ปากทางทับละมุ – เขาหลัก – ปากทางน้ำเค็ม – ตะกั่วป่า – อุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งรถจะออกจาก บ.ข.ส. กระบี่ (ตลาดเก่า) ในเวลา 11.30 น. และรถออกจากปากทางอุทยานแห่งชาติเขาสก เวลา 09.00 น.
นั่งรถตู้ สุราษฎร์ – ตาขุน – เขื่อนรัชชประภา ที่ตลาดเกษตร 2 ค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 150 บาท/คน




 รูปภาพแพเพลินไพร