วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

"อ่านความคิด" เตรียมใช้แทน "รหัสผ่าน" หรือ "passthought"

 การจดจำรหัสผ่านของทุกบริการออนไลน์ให้ได้นั้นเป็นเรื่องน่ารำคาญของหลายคน ทั้งอักษรเล็กใหญ่ ตัวเลข และเครื่องหมายพิเศษอีกสารพัด ปัญหานี้ทำให้นักวิจัยอเมริกันสร้างสรรค์วิธีที่ผู้ใช้จะไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านทางแป้นพิมพ์อีกต่อไป แต่สามารถ"คิด"ถึงสิ่งที่ต้องการให้เป็นรหัสผ่านเพื่อยืนยันบุคคล โดยแทนที่จะเป็น password ระบบนี้จะถูกเรียกว่า "passthought" แทน เพื่อสื่อความหมายถึงการใช้ความคิดเป็นรหัสผ่าน
       
       ไอเดียการสร้างสรรค์รหัสผ่านพันธุ์ใหม่นี้เป็นของนักวิจัยสถาบัน UC Berkeley School of Information เคล็ดลับที่ทำให้เราสามารถใช้ความคิดแทนการพิมพ์รหัสผ่านคือการตรวจวัดคลื่นสมองด้วยเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ชีวภาพ ด้วยเทคโนโลยีนี้ นักวิจัยพบว่าความคิดจะสามารถเป็นรหัสผ่านในการยืนยันตัวบุคคลดิจิตอลได้ เพียงใช้อุปกรณ์เฮดเซ็ทสวมศรีษะไร้สายราคา 100 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 3,000 บาทซึ่งเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านระบบบลูธูท
       
       อุปกรณ์สวมศรีษะนี้จะติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ไว้ที่ส่วนหน้าผาก เพื่อรอรับสัญญาณคลื่นไฟฟ้าสมองหรือ electroencephalogram (EEG) ที่ส่งจากสมองของผู้ใช้ ซึ่งค่าสัญญาณนี้เองที่สามารถนำไปใช้แทนการยืนยันตัวบุคคลได้
       
       นักวิจัยชี้ว่า ระบบยืนยันตัวบุคคลด้วยข้อมูลชีวภาพ เช่น การสแกนลายนิ้วมือหรือม่านตา นั้นมีความปลอดภัยสูง แต่เทคโนโลยีต้องการอุปกรณ์ราคาแพงและระบบที่มีต้นทุนสูงเช่นกัน ต่างจากระบบ "รหัสผ่านความคิด" ที่ต้องการเครื่องอ่านซึ่งใช้ชื่อว่า NeuroSky Mindset เท่านั้น ซึ่งอุปกรณ์นี้มองแล้วเหมือนชุดอุปกรณ์บลูธูทที่ใช้งานง่าย
จำยากจำเย็น ใช้คลื่นสมองแทนง่ายกว่า?
       ขณะเดียวกัน คลื่นไฟฟ้าจากสมองของแต่ละคนนั้นมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร จุดนี้นักวิจัยชี้ว่าแม้ผู้ใช้ 2 คนจินตนาการถึงรหัสผ่านเดียวกัน แต่คลื่นไฟฟ้าสมองที่ได้ก็จะต่างกัน
       
       การทดสอบพบว่าผู้ใช้สามารถจินตนาการถึงวัตถุที่เคลื่อนไหวขึ้นลง หรือการคิดถึงความลับส่วนตัว นอกจากนี้ยังสามารถใช้จังหวะการหายใจ ก็สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ใน 10 วินาที
       
       อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบว่าคีย์หลักของรหัสผ่านความคิด passthoughts คือการค้นหาความคิดแปลกใหม่ที่ผู้ใช้จะไม่หมั่นนึกถึงอีกในชีวิตประจำวัน จุดนี้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่พบว่าการนึกถึงกีฬาที่ชอบเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างมักจะเผลอเคลื่อนไหวตามท่าทางการเล่นกีฬานั้น ความคิดที่สามารถนำมาตั้งเป็นรหัสผ่านได้ง่ายคือการนึกถึงวัตถุหลายชิ้นและมีสีเฉพาะ รวมถึงการจิตนาการว่าตัวเองกำลังร้องเพลงที่ชอบอยู่
       
       แน่นอนว่าระบบ passthoughts ยังต้องผ่านการพัฒนาอีกมาก ซึ่งยังไม่มีข้อมูลกำหนดการเชิงพาณิชย์ใดๆในขณะนี้

อ้างอิงจาก : http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9560000043480 (4/11/56)

วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2556

วันหยุดประเทศไหน มากที่สุด ?


รัสเซียขึ้นแท่นประเทศที่มีวันหยุดมากที่สุดในโลก
เดือนเมษายนถึงแม้ว่าอากาศเมืองไทยจะร้อนจัด แต่ก็เป็นเดือนที่มีวันหยุดที่เยอะที่สุดทำให้ช่วยคลายร้อนได้บ้าง ชาวต่างชาติที่อาศัยในเมืองไทยหลายคนสงสัยว่าทำไมเมืองไทยถึงมีวันหยุดเยอะกันจัง เดี๋ยวหยุดปีใหม่ หยุดสงกรานต์ บางที่ก็หยุดตรุษจีน วันสำคัญทางพุทธศาสนา วันสำคัญของประเทศ รวมถึงวันลาพักร้อน แต่เมืองไทยก็ไม่ใช่เป็นประเทศที่มีวันหยุดมากที่สุดในโลก จากการสำรวจจากเว็บไซต์ Hotels.com ที่สำรวจวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันลาพักร้อนพบว่า ประเทศรัสเซียต่างหากที่ครองแชมป์ประเทศที่มีวันหยุดมากที่สุดในโลก  
รัสเซียมีวันหยุดรวมวันลาพักร้อนแล้วมากถึง 40 วัน ส่วนประเทศเม็กซิโกนั้นรั้งท้ายด้วยจำนวนวันหยุดรวมทั้งหมดเพียง 13 วันต่อปี นอกจากนั้น จากผลสำรวจในประเทศต่างๆกว่า 30 ประเทศทั่วโลก พบว่าจำนวนเฉลี่ยของวันหยุดรวมกันคือ 28 วันต่อปี อิตาลีและสวีเดนตามหลังแชมป์อย่างรัสเซียด้วยจำนวนวันหยุดรวมกัน 36 วันต่อปี ซึ่งมากกว่าจำนวนเฉลี่ยถึง 8 วัน ในทางกลับกัน แคนาดาและเม็กซิโกเป็น 2 ประเทศที่มีจำนวนวันหยุดน้อยที่สุด ด้วยจำนวน 15 และ 13 วันต่อปีตามลำดับ  
เมื่อนับเฉพาะจำนวนวันหยุดประจำปีของธนาคารประเทศต่างๆ พบว่าอาร์เจนติน่าขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งด้วยจำนวนวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่มีมากถึง 19 วันต่อปี ซึ่งรวมถึงเทศกาลงานคาร์นิวัลอันโด่งดังของอาร์เจนติน่าที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 11 ถึง 12 กุมภาพันธ์ ตามมาด้วยประเทศโคลัมเบีย ที่มีจำนวนวันหยุดนักขัตฤกษ์มากถึง 18 วันต่อปี ซึ่งรวมถึงวัน 'Dia de San Jose' ที่ขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม ส่วนบราซิล แคนาดาและอินเดีย นั้นเป็นสามประเทศที่มีจำนวนวันหยุดนักขัตฤกษ์น้อยที่สุด ซึ่งมีเพียง 5 วันต่อปีเท่านั้น
สำหรับเมืองไทยมีวันหยุดนักขัตฤกษ์ 15 วัน นับเป็นประเทศลำดับที่ 6 ที่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์มากที่สุด รองจากประเทศฮ่องกงและญี่ปุ่นมีวันหยุด 16 วัน ออสเตรีเลียมีวันหยุด 10 วัน นิวซีแลนด์มีวันหยุด 11 วัน โคลัมเบียมีวันหยุด 18 วัน และอาร์เจนตินามีวันหยุด 19 วัน


วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2556

สมาชิกอาเชียน

ประเทศอาเซียน
โดยอาเซียนหรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  (ASEAN : The Association of South East Asian Nations) ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 โดยประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ต่อมาในปีพ.ศ.2527 บรูไน ดารุสซาลาม ได้เข้ามาเป็นสมาชิก ตามด้วยเวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2538  ขณะที่พม่าและลาวเข้ามาเป็นสมาชิกใน พ.ศ.2540 และประเทศสุดท้ายคือกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน เมื่อ พ.ศ. 2542  ปัจจุบันอาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ
อ้างอิงจาก 
:http://hilight.kapook.com/view/67028 (วันที่ : 3-3-56)

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2556

Impact Factor คืออะไร ?


Impact Factor เป็นการวัดค่าความถี่ของการอ้างอิงบทความวารสาร ในแต่ละปี (A measure of the frequency with which the "average article" in a journal has been cited in a particular year or period) หรือหมายถึง ความถี่ที่บทความในวารสารนั้น จะได้รับการอ้างถึง หรือถูกนำไปใช้ Impact Factor จึงเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่ง ที่ช่วยในการประเมินคุณภาพ เปรียบเทียบ และจัดอันดับวารสาร ช่วยประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ในการจัดหาและบอกรับวารสารของห้องสมุด นอกจากนั้น และยังสามารถใช้ประเมินคุณภาพ ของสถาบันการศึกษาได้อีกด้วย เนื่องจากค่า Impact Factor สามารถใช้ในการบ่งบอกถึง คุณภาพของบทความวิจัย ที่ตีพิมพ์โดยบรรดานักวิจัย ภายในสถาบันนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี
การจัดอันดับวารสาร (Journal Rankings) ของวารสารวิจัยจากทั่วโลก โดยการนำสถิติการอ้างอิงบทความ มาคำนวณค่า Impact Factor รวมทั้งค่าอื่นๆ เช่น Cited Half-Life และ Immediacy Index เพื่อนำมาพิจารณาประกอบกัน ได้มีการรวบรวมและสรุป ไว้ในคู่มือ Journal Citation Report (JCR) ซึ่งจัดทำโดย Institute Scientific Information (ISI) มาตั้งแต่ปี 1975 จนถึงปัจจุบัน เป็นประจำทุกปี

Electroencephalography

http://www.bem.fi/book/13/13.htm

Decision-making among adolescence and Autobiographical memory

การตัดสินใจของมนุษย์ยุคสังคมสื่อสารไร้พรมแดนมีเรื่องต้องใช้ความคิดในการตัดสินใจ (Decision-making) กับสิ่งที่เกิดขึ้นเกือบทุกวินาที จากการศึกษาของนักจิตวิทยาพบว่าในแต่ละวันมีความคิดเข้ามามากกว่า 10,000 ความคิดไหลเข้ามาในสมองของมนุษย์นั่นแสดงว่าในแต่ละปีจะมีมากว่า 3,500,000 ความคิดทีเดียว เนื่องจากความคิดมีมากมายที่กระทบเข้ามาในสมองของมนุษย์ จึงเป็นเหตุให้ต้องมีการตัดสินใจเกิดขึ้น โดยปกติในแต่ละวัน มนุษย์ต้องตัดสินใจเรื่องล็กเรื่องใหญ่เป็นพันเป็นหมื่นเรื่อง ในบางเรื่องมนุษย์ตัดสินใจได้โดยอัตโนมัติ เพราะเกิดจากการตัดสินใจจนเป็นปกตินิสัยจนกลายเป็นความเคยชิน (อ่านต่อได้เร็ว ๆๆ นี้.............) 

ความสำคัญของทะเบียนรถ ค่ะ

เลขรถที่ขับมีผลต่อชีวิต และอุบัติเหตุต่อชีวิต ขึ้นอยู่กับอำนาจดวงดาวของตัวเลขรถต่อผู้นั้น ได้มีผู้วิเคราะห์ไว้ว่า เลขนี้ส่งผลอย่างไรต่อผู้ขับ มีผู้ได้มาทดสอบ และได้ความจริงของเลขที่มีผล
ต่อคุณ ดังนี้

ตัวอย่าง หมายเลขทะเบียน ศว 1212
คือ 1 + 2 + 1 + 2 = 6
ให้ดูความหมายเลข 6

ตัวอย่าง หมายเลขทะเบียน ศศ 5959
คือ 5 + 9 + 5 + 9 = 28
แปลง 2 + 8 = 10
แปลง 1 + 0 = 1
ให้ดูความหมายเลข 1

ความหมายเลขทะเบียนรถ

เลข 1 หมายถึง มีตำแหน่งใหญ่ มีโลกส่วนตัว ชีวิตครอบครัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ส่งผลให้ทำเพียงผู้เดียว อยู่กับครอบครัว
เลข 2 หมายถึง ผู้หญิง ความสุข ความสบาย การมีคู่ช่วยเหลือและนำพาความสะดวกมาให้ รถคันนี้มากมาย
เลข 3 การมีชีวิตอยู่อย่างมี การให้กำเนิดและการเริ่มต้นที่ดีเป็นเลขพระ บ่งบอกการเริ่มต้นสำเร็จต่างๆ และกำไรต่างๆ และอาจหมายถึงอุบัติเหตุ
เลข 4 คดีความ ทะเลาะ มีปัญหา ไม่ดี แก้นำทองแผ่น 3 แผ่นแปะให้พระเจิม เป็นสิริมงคลแก่รถและขอพรเทพให้ช่วย คุ้มครองให้ปลอดภัย
เลข 5 หมายถึงการซ่องแซม การติดขัดเรื่องเงิน แก้โดยนำพวงมาลัยถวายแม่ย่านาง ทุกวันเกิดตนเองให้แคล้วคลาดและโชคดีขึ้น
เลข 6 หมายถึงแสดงถึงคนช่วยเหลือ มากมาย คนให้เงินและมีความเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดจากอันตราย
เลข 7 หมายถึง ต้องเสียเงินกับการเดินทาง อุบัติเหตุแก้ให้นำดอกไม้ถวายพระในรถขอพร ให้ทุกวันเกิดตนเองจะทำให้ตนเองมีเงินมากขึ้น และแคล้วคลาด
เลข 8 หมายถึง ความรุ่งเรือง ความมั่งมี และสมหวังด้านการงานและสุขภาพ สมบูรณ์ดี
เลข 9 หมายถึง ความสำเร็จนิรันดร ความก้าวหน้า ความสุขต่อไป แคล้วคลาดปลอดภัยดี
จึงควรเลือกเลขให้มีโชค เพราะจะทำให้ตัวคุณ
พบกับสิ่งทำให้ตัวเองดีขึ้นต่อไป

จะใส่แหวนนิ้วไหนดี ..........

เพราะชาย หญิงมีธาตุที่แตกต่างกันจึงมีวิธีการที่แตกต่างกัน จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แหวนวงน้อยนี้ สามารถคุ้มครองผู้สวมใส่ได้เช่นกันเรื่องนี้เป็นวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณกาล อย่างที่ขุดได้ในกรุสมัยโบราณลองไปดูที่พิพิทธภัณฑ์เจ้าสามพระยาที่จังหวัดอยุธยาก็จะมีแหวนหยกแหวนทองคำแท้และรัตนชาติต่างๆ รวมอยู่ด้วย สิ่งนี้เป็นหลักฐานพยานที่ดีอย่างยิ่ง ลองดูรายละเอียดต่อไปนี้

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์
ท่าน ที่เกิดวันอาทิตย์ ผู้หญิงให้สวมแหวนมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมแหวนมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำจากทองแท้ เงินแท้หรือหยกถึงจะส่งพลังดี ๆออกมาคุ้มครอง ในการสวมแหวน หากเป็นผู้ชายให้เน้นไปที่นิ้วกลางและนิ้วชี้อันหมายถึงพลังอำนาจการปกครองและ วาสนาบารมีแต่หากจะสวมแหวนที่นิ้วหัวแม่มือก็ขอให้ดูตัวเองก่อน เพราะการสวมที่หัวแม่มือนั้น ต้องเป็นผู้มีเงินทองแบบหลงจู๊อยู่แล้วไม่เช่นนั้นจะเกินวาสนาตน ส่วนผู้หญิงก็ให้สวมมือซ้ายนิ้วนางหรือนิ้วกลาง ก็จะเสริมพลังของตัวเองให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ในการสวมแหวนหลายวงในนิ้วเดียวกันนั้น ไม่ควรทำ จะทำให้เกิดความผิดพลาดในเรื่องของความรักได้ง่าย ๆ

ผู้ที่เกิดวันจันทร์
ท่านที่เกิดวันจันทร์ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้ายส่วนผู้ชายให้สวมมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำด้วยทองคำ เงิน นาค โลหะผสม หรือหินสีต่างๆก็ได้ แต่ควรเป็นแหวนที่วงค่อนข้างผอม บาง หัวแหวนเล็กๆ จึงจะสอดคล้องกับผู้ที่เกิดในวันจันทร์ ผู้ชายควรสวมแหวนเน้นไปที่นิ้วชี้ นิ้วนาง นิ้วกลางก็จะเสริมดวงและคุ้มครอง ห้ามสวมแหวนนิ้วก้อยและนิ้วหัวแม่มือเด็ดขาดส่วนผู้หญิงก็ให้สวมที่นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย ก็จะเกิดความเจริญรุ่งเรือง สร้างพลังแห่งเมตตามหานิยมแก่เจ้าของ ไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ สามารถสวมแหวนซ้อนกันสองวงได้ แต่ถ้าเป็นสามวงซ้อนในนิ้วเดียวกันไม่ควรอย่างยิ่ง จะทำให้เกิดความผิดพลาด ในเรื่องของความรักได้ง่าย ๆ

ผู้ที่เกิดวันอังคาร
ท่าน ที่เกิดวันอังคาร ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายให้สวมนิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนทำด้วยอะไรก็ได้ แต่ไม่ควรเป็นของที่แตกหักได้ ตัวแหวนควรค่อนข้างหนาสักหน่อยจึงจะดีหัวแหวนควรใหญ่เช่นกันก็จะสามารถเหนี่ยวนำความเจริญรุ่งเรืองได้ผู้ชายควรสวมไว้ที่นิ้วกลางนิ้วชี้ ก็จะคุ้มครองผู้สวมใส่ ไม่ควรสวมแหวนนิ้วนางหรือนิ้วก้อยจะทำให้ไม่มีพลังส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วกลางนิ้วชี้และนิ้วนางเท่านั้นก็จะส่งพลังคุ้มครองในทุกเรื่อง ไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วก้อย จะทำให้เสียพลังที่เข้มแข็ง ที่สำคัญการสวมแหวนซ้อนกันหลายวงในนิ้วเดียวกันสามารถทำได้ ไม่ได้ทำให้เกิดการสูญเสียหรือมีผลใด ๆในเรื่องของความรัก

ผู้ที่เกิดวันพุธ
ท่าน ที่เกิดวันพุธ ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้ายส่วนผู้ชายให้สวมที่นิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทอง เงินหรือหยก ตัวแหวนควรพอดีกับนิ้ว ไม่ควรหนาหรือบางจนเกินไป หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้หรือทำเป็นรูปเหลี่ยม ๆจะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้ ผู้ชายควรสวมแหวนไว้ที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็ได้ หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน ส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆ เรื่อง นอกจากนี้ยังสามารถสวมแหวนหลายวง หลายนิ้วพร้อมกันได้ หรือจะซ้อนในนิ้วเดียวกันหลายวงก็ได้ ไม่ได้ทำให้เกิดผลเสียในเรื่องของความรักอย่างแน่นอน

ผู้ที่เกิดวันพฤหัส
ท่านที่เกิดวันพฤหัสผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้ายส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงินหรือทองคำขาว ตัวแหวนควรพอดีกับนิ้ว หรือค่อนข้างใหญ่หน่อยก็ยังดี หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้ แต่ควรจะมีประกายส่องสว่าง ถึงจะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้ ผู้ชายควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็ได้ หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรสวมแหวนนิ้วก้อย ส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนาง ก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆเรื่อง นอกจากนี้ไม่ควรสวมแหวนพร้อมกันหลายวง จะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก

ผู้ที่เกิดวันศุกร์
ท่าน ที่เกิดวันศุกร์ ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงินหรือทำจากหิน ตัวแหวนควรมีลักษณะเป็นแฟชั่นหยักๆ หรือเป็นคลื่น หัวแหวนควรมีสีสัน หรือเป็นแหวนหลายหัวก็ได้จะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้ ผู้ชายควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง หรือนิ้วก้อย หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกันส่วนผู้หญิงสามารถสวมแหวนนิ้วไหนก็ได้ในทุกนิ้ว จะสามารถคุ้มครองได้ในทุก ๆเรื่องแต่การสวมแหวนซ้อนกันมากจนเกินไป จะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก หรือจะกลายเป็นคนที่รักอิสระจนเกินกว่าจะควบคุมได้

ผู้ที่เกิดวันเสาร์
ท่านที่เกิดวันเสาร์ ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงินหรือหิน ตัวแหวนควรมีความพอดีกับนิ้ว หรือค่อนข้างใหญ่หน่อยก็ยังดี หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้ แต่ควรจะมีสีค่อนข้างเข้ม จะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้ ผู้ชายควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วก้อยหรือนิ้วนาง จะเสียพลังในการคุ้มครอง ส่วนผู้หญิง ควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆเรื่อง นอกจากนี้ไม่ควรสวมแหวนพร้อมกันหลายวงจะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก

มุมนี้สำหรับคนอยากแจม